รีวิว Murder on the Orient Express ฆาตกรรมบนรถด่วนโอเรียนท์เอกซ์เพรส (2017)

Murder on the Orient Express ฆาตกรรมบนรถด่วนโอเรียนท์เอกซ์เพรส (2017)

หนังประเทศ : สหรัฐอเมริกา / สหราชอาณาจักร

เรื่องย่อ :
ภาพยนตร์ดัดแปลงจากนิยายสืบสวนระดับตำนานของอกาธา คริสตี้ (Agatha Christie) และเป็นการกลับมาอีกครั้งของนักสืบพรัวโรต์ (Hercule Poirot) ผู้มีความละเอียดประณีตที่สุดในโลก เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อ “เฮอร์คูล ปัวโรต์” ขึ้นโดยสารรถไฟสายโอเรียนท์เอ็กซ์เพรสสุดหรูที่มุ่งหน้าจากอิสตันบูลไปปารีส แต่คืนแรกของการเดินทางกลับเกิดเหตุฆาตกรรมขึ้น—ชายผู้มั่งคั่งนามว่า “แร็ตเช็ต” ถูกพบเป็นศพในห้องโดยสารของเขา พร้อมร่องรอยการต่อสู้และบาดแผลนับสิบแผลบนร่างกาย

เมื่อพายุหิมะทำให้รถไฟหยุดกลางภูเขา ปัวโรต์จึงต้องทำการสืบสวนผู้โดยสารทุกคน แต่ยิ่งสอบถามมากเท่าไหร่ เขาก็พบว่าผู้โดยสารแต่ละคนต่างมีความลับ และทุกคนอาจมีแรงจูงใจที่จะฆ่าแร็ตเช็ตทั้งสิ้น

บทความรีวิว :
เวอร์ชันปี 2017 ที่กำกับโดย เคนเนธ บรานาห์ (Kenneth Branagh) นำมาซึ่งความอลังการทางภาพและสไตล์การเล่าเรื่องที่สวยงามเหมือนงานศิลป์ หนังมอบภาพรถไฟสุดหรูในยุโรปยุคเก่า บรรยากาศหิมะคลุ้ง และความรู้สึกตึงเครียดแบบค่อยเป็นค่อยไปที่ทำให้ผู้ชมอยากรู้ว่าฆาตกรคือใครในทุกวินาที

สิ่งที่โดดเด่นคือการตีความตัวละครปัวโรต์ใหม่ให้ดูมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น ทั้งความตลก ความเนี้ยบ ความเก็บกด และความยึดมั่นใน “ความถูกต้องตามหลักศีลธรรม” เขาคือตำรวจผู้มีตรรกะไร้ที่ติ แต่เมื่อเผชิญกับคดีนี้ กลับต้องตั้งคำถามว่าความยุติธรรมควรเป็นไปตาม “กฎหมาย” หรือ “หัวใจ” กันแน่

หนังใช้โทนภาพที่มีความคมชัดและจัดแสงงดงามแบบภาพถ่ายแฟชั่นยุโรป ผสมกับกล้องที่เคลื่อนในมุมมองแปลกใหม่ เช่น มุมมองมุมสูงในฉากสืบสวน หรือการถ่ายผ่านกรอบประตูที่ทำให้ทุกตัวละครดูเหมือนถูกจับจ้องอยู่ตลอดเวลา

สปอยล์ :


การสืบสวนเผยให้เห็นว่า “แร็ตเช็ต” คือคนร้ายตัวจริงในคดีลักพาตัวเด็กหญิงเดซี่ อาร์มสตรอง ซึ่งครอบครัวของเด็กหญิงต้องพบชะตากรรมอันเลวร้าย ทั้งการสูญเสีย การฆ่าตัวตาย และความสูญเสียหลายชั้น จนเกิดเป็นความเจ็บปวดฝังลึกในใจคนจำนวนมาก

สุดท้ายปัวโรต์ค้นพบว่า “ผู้โดยสารทุกคนในรถตู้ชั้นหนึ่ง” ล้วนมีส่วนร่วมในคดีเก่า และได้ร่วมกันวางแผนฆ่าแร็ตเช็ตเพื่อทวงความยุติธรรมให้เด็กหญิงผู้บริสุทธิ์ การฆาตกรรมครั้งนี้จึงไม่ใช่การกระทำเดี่ยว แต่เป็นการทำโดย “คณะผู้พิพากษา” ที่ตัดสินว่าชายคนนี้สมควรตาย

ปัวโรต์ผู้เชื่อในความยุติธรรมต้องเผชิญการตัดสินใจครั้งใหญ่—จะเปิดโปงทุกคนตามหลักกฎหมาย หรือจะยอมรับความยุติธรรมในแบบที่โลกไม่อาจตัดสินได้ สุดท้ายเขาเลือกที่จะปล่อยให้ผู้โดยสารเดินทางต่อ และเก็บความจริงไว้เป็นความลับ เป็นการตัดสินใจที่สั่นคลอนจิตใจและทำให้ผู้ชมยังครุ่นคิดแม้หนังจะจบลงแล้ว

บทวิจารณ์ :
Murder on the Orient Express ฉบับปี 2017 อาจไม่ได้เป็นหนังสืบสวนที่พลิกผันที่สุด แต่เป็นเวอร์ชันที่สวยงามที่สุด มีความประณีตในดีไซน์เสื้อผ้า ฉาก เซตติ้ง และบรรยากาศแบบยุโรปคลาสสิกที่ชวนหลงใหล คาแรกเตอร์ปัวโรต์ที่รับบทโดยบรานาห์มีความโดดเด่นทั้งบุคลิกและน้ำเสียง

นักแสดงระดับ A-list เช่น จอห์นนี เดปป์, มิเชล ไฟเฟอร์, เพเนโลปี ครูซ, เดซีย์ ริดลีย์ ต่างให้การแสดงที่มีน้ำหนัก ยิ่งทำให้การสอบสวนของปัวโรต์มีความเข้มข้นในทุก ๆ ซีน เคมีของตัวละครแต่ละคนสะท้อนให้เห็นความลึกด้านมืดในประวัติชีวิตของพวกเขาได้เป็นอย่างดี

นี่คือหนังสืบสวนที่ไม่ได้ขายความหวือหวา แต่ขาย “รายละเอียด” และ “แรงจูงใจ” ที่ซับซ้อนของมนุษย์ มันคือเรื่องราวของคนจำนวนมากที่ถูกความเจ็บปวดรวมเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นความจริงที่สั่นสะเทือนความคิดของทั้งปัวโรต์และคนดูในเวลาเดียวกัน

ตัวอย่างหนังจาก YouTube

 

Author: sexymon

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *